แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาแฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาแฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

การส่งออกสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จรูป 3 in 1

การส่งออกสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จรูป 3 in 1 พิกัด 2101.12 ซึ่งมีอัตราส่วนผสมน้ำตาลทราย ร้อยละ 54 ครีมเทียมร้อยละ 37 และกาแฟสำเร็จรูปร้อยละ 9 จะต้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกกาแฟหรือไม่
กาแฟปรุงสำเร็จรูปที่มีสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข็มข้นของการแฟผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ
36.54 ไม่ต้องขออนุญาตส่งออก

ข้อยกเว้นในการส่งออกกาแฟ มีอย่างไรบ้าง

-การส่งออกกาแฟออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างในการซื้อขาย โดยอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ
1.ผลกาแฟไม่เกิน 120 กิโลกรัม
2.กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื่อหุ้มไม่เกิน 75 กิโลกรัม
3.กาแฟเมล็ดที่ยังไม่ได้คั่วแล้วไม่เกิด 60 กิโลกรัม
4.กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม
5.กาแฟผงหรือน้ำเชื้อหรือน้ำเคี่ยวข้นไม่เกิด 23 กิโลกรัม
6.การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือใช้ยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร

การรายงานการส่งออกกาแฟ จะต้องรายงานการรับซื้อกาแฟภายในกำหนดกี่วัน

ผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาติ จะต้องรายการปริมาณการรับซื้อกาแฟดิบต่อกรมการค้าต่างประเทศเป็นประจำทุกเดือน ภายใน 7 วันทำการของเดือนถันไป ตามแบบพิมพ์ที่กำหนด

การเป็นผู้ส่งออกกาแฟ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

-1.เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียน มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบพาณิชยกิจเป็นผู้ค้ากาแฟ หรือสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
-
2.จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตกับกรมการค้าต่างประเทศ ขอรับใบอนุญาติส่งสินค้าออกฯ และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเป็นผู้ส่งออกกาแฟ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ตอบ 1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียน มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบพาณิชยกิจเป็นผู้ค้ากาแฟ หรือสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

2. จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตกับกรมการค้าต่างประเทศขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกฯ และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

การรายงานการส่งออกกาแฟ จะต้องรายงานการรับซื้อกาแฟภายในกำหนดกี่วัน

ตอบ ผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต จะต้องรายงานปริมาณการรับซื้อกาแฟดิบต่อกรมการค้าต่างประเทศเป็นประจำทุกเดือน ภายใน 7 วันทำการของเดือนถัดไปตามแบบพิมพ์ที่กำหนด

ข้อยกเว้นในการส่งออกกาแฟ มีอย่างไรบ้าง

ตอบ การส่งออกกาแฟออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างในการซื้อขายโดยอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ

1) ผลกาแฟไม่เกิน 120 กิโลกรัม

2) กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื่อหุ้มไม่เกิน 75 กิโลกรัม

3) กาแฟเมล็ดที่ยังไม่ได้คั่วเกิน 60 กิโลกรัม

4) กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม

5) กาแฟผงหรือน้ำเชื้อหรือน้ำเคี่ยวข้นไม่เกิน 23 กิโลกรัม

6) การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือใช้ในยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร

การส่งออกสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จ 3 in 1 พิกัด 2101.12 ซึ่งมีอัตราส่วนผสมน้ำตาลทราย ร้อยละ 54 ครีมเทียมร้อยละ 37 และกาแฟสำเร็จรูปร้อยละ 9 จะต้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกกาแฟหรือไม่

ตอบ กาแฟปรุงสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมกาแฟสำเร็จรูปร้อยละ 9 เมื่อแปรสภาพเป็นเมล็ดกาแฟดิบแล้วเท่ากับร้อยละ 23.40 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ ร้อยละ 90 (อัตราแปรสภาพเมล็ดกาแฟดิบเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟเท่ากับ 2:6:1) จึงถือว่าเป็นสินค้าที่ไม่อยู่ในข่ายควบคุมและสามารถส่งออกได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกกาแฟ

การนำเข้าสินค้าจำพวก งา, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง จากประเทศเพื่อนบ้านมีขั้นตอนการนำเข้า อย่างไร

ตอบ การนำเข้าสินค้า งา, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง จากประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา สปป.ลาว สหภาพพม่า) สินค้าถั่วเหลือง ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเปิดตลาดภายใต้ข้อตกลง WTO และต้องขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิทางภาษีก่อนนำเข้า โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองทางภาษีนำเข้ามีจำนวน 12 กลุ่ม สามารถนำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ อัตราร้อยละ 0

2. ขอหนังสือรับรองจากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ แสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)

3. ผู้นำเข้าต้องรับซื้อผลผลิตภายในประเทศตามราคาที่ทางการกำหนดโดยทำสัญญาไว้กับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

4. ผุ้นำเข้า นำหนังสือรับรอง ทางภาษีประกอบการทำพิธีการนำเข้าต่อศุลกากร สินค้างา ถั่วเขียว สามารถนำเข้าได้เสรีโดยผู้นำเข้าต้องทำพิธีการนำเข้าต่อศุลกากร

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

การส่งออกกาแฟ

1. ขอบเขตการควบคุม

"สินค้าเมล็ดกาแฟ" ตามพิกัดศุลกากรที่ 0901 หมายถึง สินค้ากาแฟจะคั่วหรือแยกคาเฟอีนออกหรือไม่ก็ตาม เปลือกและเยื่อของกาแฟ รวมทั้งของที่ใช้แทนกาแฟที่มีกาแฟผสมอยู่ ในอัตราส่วนเท่าใด ก็ตาม

"สินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟ" ตามพิกัดศุลกากรที่ 2101.10 หมายถึง สินค้าสิ่งสกัดหัวเชื้อและสิ่งเข้มข้นของกาแฟ และของปรุงแต่งที่มีสิ่งสกัดหัวเชื้อ หรือสิ่งเข้มข้นเหล่านี้เป็นหลัก หรือที่มีกาแฟเป็นหลัก

2. คุณสมบัติของผู้ส่งออก

2.1 เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบพาณิชยกิจเป็นผู้ค้ากาแฟหรือสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
2.2 จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตกับกรมการค้าต่างประเทศ

3. ขั้นตอนการขออนุญาตส่งออก

3.1 ยื่นแบบแสดงความจำนงขอจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต ที่กองการค้าสินค้าข้อตกลง กรมการค้าต่างประเทศ โดยกองการค้าสินค้าข้อตกลง จะออกหมายเลขประจำตัวผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตให้ เพื่อใช้ในการขอรับใบอนุญาตส่งออกและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ โดยใช้แบบพิมพ์และเอกสารประกอบดังนี้

  • แบบแสดงความจำนงขอจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20)

3.2 ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ โดยใช้แบบพิมพ์และเอกสารประกอบดังนี้

  • คำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20 หรือ ภ.พ.01 หรือ ภ.พ.09)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง หรือหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน นิติบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนการเป็นนิติบุคคลไว้

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนการเป็นนิติบุคคลไว้ ประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน ในการยื่นขอใบอนุญาต และหนังสือรับรองการส่งออก สามารถกระทำได้โดยการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด พร้อมกับการยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป

3.3 ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตส่งออกและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ โดยใช้แบบพิมพ์และเอกสารประกอบดังนี้
  • คำร้องขอรับใบอนุญาตส่งออก แบบ อ 3
  • ขออนุญาตส่งออก แบบ อ 4
  • คำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ
  • แบบพิมพ์ ICO CERTIFICATE OF ORIGIN
  • สำเนาใบกำกับสินค้า (INVOICE)
  • สำเนาหลักฐานการชำระเงิน (L/C)
  • เอกสารอื่น ๆ ที่กรมฯ เห็นสมควร

4. หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ส่งออก

อนุญาตให้ส่งออกได้โดยไม่จำกัดปริมาณ

5. การรายงาน

5.1 ผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต จะต้องรายงานปริมาณการรับซื้อและการส่งออกเมล็ดกาแฟดิบ ต่อกรมการค้าต่างประเทศเป็นประจำทุกเดือน ภายใน 7 วันทำการของเดือนถัดไป ตามแบบพิมพ์ที่กำหนด
5.2 เมื่อสินค้าผ่านพิธีการตรวจปล่อยทางศุลกากรไปแล้วผู้ส่งออกจะต้องส่งสำเนาใบแรก (First Copy) ของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ พร้อมใบตราส่งสินค้า ให้กรมการค้าต่างประเทศ ภายใน 7 วันทำการหลังจากวันที่ส่งออกสินค้า

6. ข้อยกเว้นในการควบคุม

การส่งกาแฟออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างในการซื้อขายโดยอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องมีใบอนุญาตส่งออกและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ คือ

6.1 ผลกาแฟ ไม่เกิน 120 กิโลกรัม
6.2 กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื้อหุ้มอยู่ไม่เกิน75 กิโลกรัม
6.3 กาแฟเมล็ดที่ยังไม่ได้คั่วเกิน 60 กิโลกรัม
6.4 กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม
6.5 กาแฟผงหรือน้ำเชื้อหรือน้ำเคี่ยวข้นไม่เกิน 23 กิโลกรัม
6.6 การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัว หรือใช้ในยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร


สำนักบริการการค้าต่างประเทศ
กรมการค้าต่างประเทศ
โทร. 0-2547-4828 , 0-2547-4837

http://www.dft.go.th


คำตอบของทุกปัญหาการค้าต่างประเทศ

บริการถ่ายภาพโดยมืออาชีพ

...คลิกที่รูป....บริการถ่่ายภาพสุดประทับใจ¨ prewedding รับประริญญา พิธีการต่่าง ๆ แฟชั่นอีกมากมาย ติดต่อ : 0899274733 msn:tuchkay@hotmail.com