กาแฟปรุงสำเร็จรูปที่มีสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข็มข้นของการแฟผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36.54 ไม่ต้องขออนุญาตส่งออก
วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558
การส่งออกสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จรูป 3 in 1
กาแฟปรุงสำเร็จรูปที่มีสิ่งสกัด หัวเชื้อ และสิ่งเข็มข้นของการแฟผสมอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36.54 ไม่ต้องขออนุญาตส่งออก
ข้อยกเว้นในการส่งออกกาแฟ มีอย่างไรบ้าง
1.ผลกาแฟไม่เกิน 120 กิโลกรัม
2.กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื่อหุ้มไม่เกิน 75 กิโลกรัม
3.กาแฟเมล็ดที่ยังไม่ได้คั่วแล้วไม่เกิด 60 กิโลกรัม
4.กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม
5.กาแฟผงหรือน้ำเชื้อหรือน้ำเคี่ยวข้นไม่เกิด 23 กิโลกรัม
6.การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือใช้ยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร
การรายงานการส่งออกกาแฟ จะต้องรายงานการรับซื้อกาแฟภายในกำหนดกี่วัน
การเป็นผู้ส่งออกกาแฟ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
-2.จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตกับกรมการค้าต่างประเทศ ขอรับใบอนุญาติส่งสินค้าออกฯ และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า
วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553
การเป็นผู้ส่งออกกาแฟ จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
ตอบ 1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียน มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบพาณิชยกิจเป็นผู้ค้ากาแฟ หรือสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
2. จดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตกับกรมการค้าต่างประเทศขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกฯ และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า
การรายงานการส่งออกกาแฟ จะต้องรายงานการรับซื้อกาแฟภายในกำหนดกี่วัน
ตอบ ผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต จะต้องรายงานปริมาณการรับซื้อกาแฟดิบต่อกรมการค้าต่างประเทศเป็นประจำทุกเดือน ภายใน 7 วันทำการของเดือนถัดไปตามแบบพิมพ์ที่กำหนด
ข้อยกเว้นในการส่งออกกาแฟ มีอย่างไรบ้าง
ตอบ การส่งออกกาแฟออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างในการซื้อขายโดยอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ
1) ผลกาแฟไม่เกิน 120 กิโลกรัม
2) กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื่อหุ้มไม่เกิน 75 กิโลกรัม
3) กาแฟเมล็ดที่ยังไม่ได้คั่วเกิน 60 กิโลกรัม
4) กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม
5) กาแฟผงหรือน้ำเชื้อหรือน้ำเคี่ยวข้นไม่เกิน 23 กิโลกรัม
6) การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัวหรือใช้ในยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร
การส่งออกสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จ 3 in 1 พิกัด 2101.12 ซึ่งมีอัตราส่วนผสมน้ำตาลทราย ร้อยละ 54 ครีมเทียมร้อยละ 37 และกาแฟสำเร็จรูปร้อยละ 9 จะต้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกกาแฟหรือไม่
ตอบ กาแฟปรุงสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมกาแฟสำเร็จรูปร้อยละ 9 เมื่อแปรสภาพเป็นเมล็ดกาแฟดิบแล้วเท่ากับร้อยละ 23.40 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ ร้อยละ 90 (อัตราแปรสภาพเมล็ดกาแฟดิบเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟเท่ากับ 2:6:1) จึงถือว่าเป็นสินค้าที่ไม่อยู่ในข่ายควบคุมและสามารถส่งออกได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตส่งสินค้าออกกาแฟ
การนำเข้าสินค้าจำพวก งา, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง จากประเทศเพื่อนบ้านมีขั้นตอนการนำเข้า อย่างไร
ตอบ การนำเข้าสินค้า งา, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง จากประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา สปป.ลาว สหภาพพม่า) สินค้าถั่วเหลือง ผู้นำเข้าจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเปิดตลาดภายใต้ข้อตกลง WTO และต้องขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิทางภาษีก่อนนำเข้า โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองทางภาษีนำเข้ามีจำนวน 12 กลุ่ม สามารถนำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ อัตราร้อยละ 0
2. ขอหนังสือรับรองจากสำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ แสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO)
3. ผู้นำเข้าต้องรับซื้อผลผลิตภายในประเทศตามราคาที่ทางการกำหนดโดยทำสัญญาไว้กับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
4. ผุ้นำเข้า นำหนังสือรับรอง ทางภาษีประกอบการทำพิธีการนำเข้าต่อศุลกากร สินค้างา ถั่วเขียว สามารถนำเข้าได้เสรีโดยผู้นำเข้าต้องทำพิธีการนำเข้าต่อศุลกากร
วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553
การส่งออกกาแฟ
1. ขอบเขตการควบคุม
"สินค้าเมล็ดกาแฟ" ตามพิกัดศุลกากรที่ 0901 หมายถึง สินค้ากาแฟจะคั่วหรือแยกคาเฟอีนออกหรือไม่ก็ตาม เปลือกและเยื่อของกาแฟ รวมทั้งของที่ใช้แทนกาแฟที่มีกาแฟผสมอยู่ ในอัตราส่วนเท่าใด ก็ตาม
2. คุณสมบัติของผู้ส่งออก
3. ขั้นตอนการขออนุญาตส่งออก
3.1 ยื่นแบบแสดงความจำนงขอจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต ที่กองการค้าสินค้าข้อตกลง กรมการค้าต่างประเทศ โดยกองการค้าสินค้าข้อตกลง จะออกหมายเลขประจำตัวผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาตให้ เพื่อใช้ในการขอรับใบอนุญาตส่งออกและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ โดยใช้แบบพิมพ์และเอกสารประกอบดังนี้
- แบบแสดงความจำนงขอจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
- สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.20)
3.2 ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ โดยใช้แบบพิมพ์และเอกสารประกอบดังนี้
- คำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
- สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20 หรือ ภ.พ.01 หรือ ภ.พ.09)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง หรือหนังสืออนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน นิติบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนการเป็นนิติบุคคลไว้
ในกรณีที่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนการเป็นนิติบุคคลไว้ ประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการแทน ในการยื่นขอใบอนุญาต และหนังสือรับรองการส่งออก สามารถกระทำได้โดยการมอบอำนาจเป็นหนังสือ ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด พร้อมกับการยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าทั่วไป
- คำร้องขอรับใบอนุญาตส่งออก แบบ อ 3
- ขออนุญาตส่งออก แบบ อ 4
- คำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ
- แบบพิมพ์ ICO CERTIFICATE OF ORIGIN
- สำเนาใบกำกับสินค้า (INVOICE)
- สำเนาหลักฐานการชำระเงิน (L/C)
- เอกสารอื่น ๆ ที่กรมฯ เห็นสมควร
4. หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ส่งออก
5. การรายงาน
5.1 ผู้ส่งออกกาแฟรับอนุญาต จะต้องรายงานปริมาณการรับซื้อและการส่งออกเมล็ดกาแฟดิบ ต่อกรมการค้าต่างประเทศเป็นประจำทุกเดือน ภายใน 7 วันทำการของเดือนถัดไป ตามแบบพิมพ์ที่กำหนด
5.2 เมื่อสินค้าผ่านพิธีการตรวจปล่อยทางศุลกากรไปแล้วผู้ส่งออกจะต้องส่งสำเนาใบแรก (First Copy) ของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากาแฟ พร้อมใบตราส่งสินค้า ให้กรมการค้าต่างประเทศ ภายใน 7 วันทำการหลังจากวันที่ส่งออกสินค้า
6. ข้อยกเว้นในการควบคุม
6.1 ผลกาแฟ ไม่เกิน 120 กิโลกรัม
6.2 กาแฟกะเทาะเปลือกแต่ยังมีเยื้อหุ้มอยู่ไม่เกิน75 กิโลกรัม
6.4 กาแฟเมล็ดคั่วแล้วไม่เกิน 50.4 กิโลกรัม
6.6 การนำออกเพื่อใช้เฉพาะตัว หรือใช้ในยานพาหนะใดในปริมาณที่สมควร
http://www.dft.go.th